OS Special

[OS special] To Find You | Barry x Peter (The Flash x Quicksilver)

Title: To Find You

Pairing: Barry Allen x Peter Maximoff

Author: lizlada

Note: การบ้านวีค 18 เค้ก (Carrot and Walnut Cake) รู้สึกอยากแต่งแฟลชควิกอีก 5555 ต่อจาก Not Alone ค่ะ ^^ ปล.แฟลชเวอร์ชั่นเอซร่านะคะ

 

media-20027-shutterstock_240942928-cache-620x305-crop

 

“สุขสันต์วันเกิดจ้ะปีเตอร์”

เจ้าของเรือนผมสีเงินมองเค้กจากฝีมือผู้เป็นแม่อย่างไม่เชื่อสายตานัก อันที่จริงคงต้องบอกว่าร้อยวันพันปีแม่ไม่เคยคิดจะเข้าครัวทำอาหารอย่างอื่นนอกจากแซนวิชง่ายๆ หรือไม่ก็ซุปจืดๆ เขาเคยชินกับการใช้ชีวิตด้วยลำแข้งของตนเองและมองดูแม่นั่งหมดอาลัยตายอยากที่โซฟาตัวเดิมโดยมีแก้ววิสกี้อยู่ในมือ ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าปีเตอร์จะไม่ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้น

วันเกิดของปีเตอร์ แม็กซิมอฟเวียนมาบรรจบอีกปี แต่เขารู้สึกได้ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์ที่ทำให้เขาโตขึ้น รวมไปถึงตระหนักได้ว่าชีวิตนี้ไม่ควรประวิงเวลาให้เสียเปล่า หากแม่ผู้เซื่องซึมคนเดิมจะลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองเสียใหม่คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“น่ากินจังเลยค่ะแม่” ยัยตัวเล็กเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว เขาลูบศีรษะน้องสาววัยสิบขวบเศษที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน ดวงตาใสซื่อคู่นั้นมองตรงไปยังเค้กก้อนกลมโดยไม่สนใจอาหารมื้อเย็นอย่างอื่นบนโต๊ะ

“เค้กสูตรเดียวที่แม่ทำเป็นน่ะจ้ะ เค้กแครอทวอลนัท” เธอยิ้มบางขณะหันเนื้อสเต็กในจาน ปีเตอร์ทอดสายตามองทั้งแม่และน้องสาวด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันนานเท่าไหร่แล้วที่บรรยากาศในบ้านหลังนี้ไม่อึดอัดหรืออึมครึม ทีแรกเขาชั่งใจอยู่นานสองนานกับการกลับมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดสั้นๆ ที่บ้านหลังจากเข้าเรียนในโรงเรียนของศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ เด็กหนุ่มค่อนข้างเป็นกังวลว่าต้องกลับมาเจอเรื่องน่าเบื่อและห้องใต้ดินมืดๆ แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เพราะเจ้าเค้กก้อนนั้นก้อนเดียวแท้ๆ

 

 

ห้องใต้ดินแห่งนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย มันยังคงเหมือนเดิมกับวันที่เขาย้ายไปเรียนไม่มีผิด ปีเตอร์วางเค้กแครอทวอลนัทที่เหลือตั้งครึ่งก้อนไว้บนโต๊ะหน้าทีวี ฝีมือการทำเค้กของแม่จัดว่าดีทีเดียว สมกับที่คุณนายแม็กซิมอฟบอกว่านี่เป็นเพียงสูตรเค้กชนิดเดียวที่เธอทำเป็น แต่หากให้เขากินคนเดียวจนหมดก็เห็นว่าจะไม่ไหว พรุ่งนี้เค้กก้อนนี้คงตกถึงท้องพวกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนแน่ สายตาของเขาหันไปสะดุดกับตู้เกม PacMan ซึ่งเขาร้างมือจากเจ้าเกมนี้ไปนานพอสมควร เมื่อมองนาฬิกาตรงผนังห้องที่ตีบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน ปีเตอร์จึงยักไหล่ไม่ใส่ใจ…เล่นให้หายคิดถึงหน่อยล่ะกัน

ปีเตอร์ตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมไปได้ราวครึ่งชั่วโมง ทว่าเขารู้สึกว่าเจ้าตู้เกมชักจะเกิดอาการขัดข้อง หน้าจอเกมติดๆ ดับๆ เขาขมวดคิ้วฉงนเพราะเจ้าเครื่องนี้ไม่เคยมีปัญหาเลยหรือเพราะเขาไม่ได้เล่นมันซะนานกันแน่… ครั้นคิดว่าตู้เกมคงมีปัญหาจริงๆ เขาจึงละความพยายามจะเล่นมันต่อแม้ตนยังไม่รู้สึกง่วงแต่อย่างใด เด็กหนุ่มทิ้งตัวนอนลงบนฟูก กระพริบตามองเพดานได้สักพักเขากลับเห็นแสงวิบวับบางอย่างคล้ายกระแสไฟฟ้าพร้อมด้วยแรงสั่นสะเทือนประหลาด

มันคลับคล้ายคลับคลากับเหตุการณ์ในวันนั้น

อย่าบอกนะ…

ปีเตอร์หยัดตัวลุกขึ้นนั่ง เขากวาดสายตาไปรอบห้อง หากแต่เป็นอันต้องเบิกตาโพลงเพราะแสงสว่างจ้าที่ว่ามันมาจากตู้เกม Pacman พลันเมื่อแสงนั้นค่อยๆ จางลงกลับปรากฏร่างของใครอีกคนภายในห้องนอนของเขา…อีกแล้ว

“ให้ตายสิ!” อดจะร้องสบถออกมาอย่างเสียไม่ได้ เขายกมือยีเส้นผมตนเองเมื่อพบว่ารอยยิ้มจากแบร์รี่ อัลเลนนั้นเต็มไปด้วยความขบขันที่ทำให้เขาตกอกตกใจได้สำเร็จ เจ้าของความเร็วจากอีกโลกคู่ขนานและคนที่ปวารณาตนเองเป็นเพื่อนใหม่เขาไม่มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจกับการฝ่าฝืนกฎอะไรก็ตามแต่ที่ปีเตอร์เคยอ่านเจอในหนังสือ แบร์รี่ยังคงยิ้มยียวน จากนั้นก็เริ่มผิวปากขณะเดินสำรวจห้องใต้ดิน ถึงตอนนี้แล้วเขาชักจะนั่งไม่ติดฟูก ปีเตอร์เคลื่อนไหวร่างกายด้วยความว่องไวเพื่อหยุดการกระทำของแบร์รี่ที่กำลังเอื้อมมือจะหยิบเค้กบนโต๊ะหน้าทีวีพอดิบพอดี

“แค่อยากชิมน่ะ” แบร์รี่ยู่ปากเสียดาย แต่ในสายตาปีเตอร์…เขาหมั่นไส้เจ้าหมอนี่เต็มทน

“คุยกันก่อน มีอย่างที่ไหนบุกรุกเข้ามาในบ้านคนอื่นดึกดื่นเอาป่านนี้” ปีเตอร์กอดอก พยายามอย่างยิ่งเพื่อทำให้แบร์รี่รับรู้ว่าเขาไม่ค่อยพอใจกับการที่คนคนนี้อาศัยพลังความสามารถเฉพาะตัวข้ามมายังอีกโลกหน้าตาเฉย ทั้งที่เขาก็เคยเตือนไปแล้วหนก่อน แต่ก็นั่นแหละ…ดวงตาสีเข้มคล้ายลูกหมาบ้าพลังบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหมอนี่ไม่ได้เชื่อฟังใครง่ายๆ

“เอาหน่า… นายก็เคยทำไม่ใช่หรอแต่วีรกรรมนายน่ะ แหกคุกช่วยนักโทษเชียวนะ” คนถูกย้อนชะงักไปนิด ทำไมแบร์รี่ อัลเลนถึงรู้เรื่องของเขาดีนัก และดูเหมือนจะรู้มากเกินไปเสียด้วย

“เรื่องมันเกิดตั้งนานแล้ว อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น”

“เอาเถอะ ฉันกะจะมาเซอร์ไพรส์วันเกิดนายซะหน่อย แต่ช้าไปตั้งครึ่งชั่วโมง” ปีเตอร์เผลอขมวดคิ้วยุ่ง สำหรับเขาที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนตรงหน้าเลยสักนิด ไม่รู้แม้กระทั่งอายุด้วยซ้ำ แต่แบร์รี่กลับรู้แทบจะทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา มันชักทำให้อึดอัดชอบกล หนุ่มน้อยผมสีเงินมองเจ้าของร่างสูงไล่เลี่ยกันนั่งเอนหลังลงที่โซฟา ใบหน้าทะเล้นไม่ได้ละสายตาไปไหนนอกจากตัวเขา

“ฉันคิดว่า…นายรู้เรื่องฉันมากเกินไป ส่วนฉันดันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนายที่จู่ๆ ก็ชอบโผล่ทะลุมิติมาอย่างกับผี” แบร์รี่พยักหน้ารับหงึกหงัก พลางปรับสีหน้าให้ดูจริงจัง ทว่าปีเตอร์กลับคิดว่านี่มันช่างกวนประสาทสิ้นดี

หากนี่เป็นเวรกรรมที่เขาชอบก่อกวนเพื่อนร่วมโรงเรียนให้หัวหมุน สิ่งที่ปีเตอร์เผชิญอยู่ก็ช่างสมน้ำสมเนื้อทีเดียวกับการต้องมารับมือกับแบร์รี่ อัลเลนอย่างไม่คาดฝันเสมอ

“ถ้าถามว่าฉันรู้เรื่องปีเตอร์ แม็กซิมอฟได้ยังไง อันที่จริงเพราะฉันสืบเรื่องนายตลอดที่อยู่ในโลกของฉันน่ะสิ” คนฟังถอนหายใจ เขากดสายตามองแบร์รี่ที่สาธยายเรื่องราวดังกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ ผิดไปจากปีเตอร์ที่ไม่ได้นึกสนุกตามแต่อย่างใด มากกว่าไปนั้นการสืบชีวิตของใครอีกคนในโลกคู่ขนานมันทำได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ? อย่างไรก็ตามหากแบร์รี่ อัลเลนไม่เคยมีเพื่อนเป็นตัวเป็นตนสักคน หมอนี่คงไม่ได้เข้าใจเรื่องพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นแน่ๆ แต่ก็นั่นแหละ…ไม่ใช่ว่าหมอนี่เป็นคนไม่ดีหรือนิสัยแย่ อาจแค่ต้องทำความเข้าใจกันสักหน่อย

“นายทำตัวเหมือนพวก Stalker เลยนะให้ตาย และถ้านายอยากเป็นเพื่อนกับใคร นายก็ควรถามเขาดีๆ ไม่ใช่ไปตามสืบแบบนั้น มันไม่เข้าท่า” สีหน้าเข้าอกเข้าใจของแบร์รี่ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าหมอนี่เข้าใจได้ถ่องแท้ กระนั้นปีเตอร์ก็ยังอุตส่าห์นั่งลงข้างหนุ่มผมดำพลางตบฝ่ามือลงบนบ่าเพื่อนใหม่เบาๆ คงต้องบอกว่าปีเตอร์เองก็ผ่านประสบการณ์ไร้เพื่อนและขลุกตัวอยู่ในห้องใต้ดินมาแล้ว แต่การได้ไปเรียนที่โรงเรียนของศาสตราจารย์ เขาจึงได้ทักษะการเข้าสังคมมาพอสมควร อย่างน้อยที่สุด แบร์รี่ก็ไม่ใช่เพื่อนประหลาดๆ คนแรกของเขา

“โอเค…งั้นแสดงว่าถ้าฉันอยากรู้อะไรเกี่ยวกับนาย ฉันก็ถามนายได้ตรงๆ ใช่ไหม?”

“ทำนองนั้น” ดวงตาสีรัตติกาลเปล่งประกายในชั่ววินาที แบร์รี่กลับเข้าสู่โหมดขี้เล่นอีกครั้ง แต่นั่นทำให้ปีเตอร์หนาวขั้วสันหลังเสียมากกว่า ใครอีกคนหรี่ตามองกันนิด พลันเขาจึงสูดหายใจลึก ทำทีว่าตนไม่ได้รู้สึกวิตกดั่งใจคิด

“ชอบสีอะไร..”

“เห็นๆ อยู่ว่าชอบสีไหน” เขาตอบพลางชี้ที่เส้นผมสีเงินของตนเอง ถึงแม้คำถามจากปากแบร์รี่ค่อนข้างตื้นเขินไปหน่อยก็เถอะ

“วิ่งเร็วขนาดไหน?”

“ไม่รู้สิ เร็วกว่าระเบิด หรืออาจจะเร็วพอๆ วิ่งไปเที่ยวรอบโลกโดยไม่เหนื่อย”

“แล้วถ้าฉันถามนายว่าอยากไปที่อีกโลกหนึ่งของฉันไหม? นายจะว่ายังไง” แบร์รี่มองเขาราวกับกำลังคาดหวังคำตอบที่ตรงใจ แม้ปีเตอร์จะชอบการไปเที่ยวในที่ๆ ไม่เคยไปมากขนาดไหน แต่การเดินทางด้วยความเร็วไปยังโลกคู่ขนานไม่เคยมีอยู่ในความคิดเขาเลยสักนิด ทว่าอีกด้านของจิตใจปีเตอร์ค่อนข้างดื้อรั้นแถมยังบ้าบิ่นใช้ได้

ปีเตอร์ แม็กซิมอฟเกลียดนิสัยรักความท้าทายของตัวเองขึ้นมาจับใจก็วันนี้

“มันก็น่าสนุกดี”

คำตอบของปีเตอร์แบ่งรับแบ่งสู้ ทว่าแบร์รี่กลับยิ้มพึงใจพร้อมกับฉวยโอกาสคว้าข้อมือไว้แน่น เจ้าของเรือนผมสีเงินมองเห็นแสงคล้ายกระแสไฟฟ้าประจุตัวรอบกายพวกเขา ท่ามกลางความตื่นตระหนก จู่ๆ เขาก็ทะลุเข้าไปในตู้เกม Pacman! ปีเตอร์พบว่าตนเองเวียนหัวและมวนท้องขึ้นมาเสียดื้อๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งรับ มันเป็นความว่องไวที่ไม่ได้อาศัยความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนแบร์รี่จะมีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์เหลือล้น โสตประสาทอื้ออึงไปสักพัก เช่นเดียวกับดวงตาที่พร่าเลือน ปีเตอร์รวบรวมสติราวนาทีกว่าจึงลืมตามองบรรยากาศโดยรอบ หวังเพียงแต่ว่าเขายังคงยืนอยู่ภายในห้องใต้ดิน

“ยินดีต้อนรับ…นี่บ้านฉันเอง” น้ำเสียงยินดีอย่างปิดไม่มิดของแบร์รี่ อัลเลนช่วยให้ปีเตอร์กระจ่างชัดแก่ใจว่าตนไม่ได้เป็นลมล้มพับแล้วหลับฝันไป แหงล่ะ! เขากำลังยืนอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นตาเอา ถึงมันจะคล้ายๆ กับห้องใต้ดินของเขา แต่ที่นี่ดูล้ำสมัยกว่ามาก หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายเครื่องที่กำลังเปิดออนไลน์ระบบ ไหนจะเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อีกนับสิบอย่างที่ปีเตอร์ไม่รู้ว่ามันคืออะไร สายตาของปีเตอร์สะดุดเข้ากับปีคริสต์ศักราชที่เด่นหราอยู่ตรงมุมจอ…

ค.ศ. 2016

อยากจะบ้า…

“พอกันทีเถอะกับเรื่องเหลือเชื่อพวกนี้” ปีเตอร์บ่นพึมพำ แต่มันก็ดังพอที่เจ้าของบ้านที่แท้จริงจะได้ยิน

“นั่งพักก่อนสิ เดินทางข้าม Force Speed อาจนายเวียนหัวนิดหน่อย ฉันก็เคยตอนแรกๆ น่ะ” ปีเตอร์ไม่ได้ปฏิเสธคำเชื้อเชิญเพราะเขาเองก็รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนและวูบโหวงพิกล เด็กหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาตรงมุมห้อง เขากำลังจะพักสายตาหากแต่กลิ่นจางๆ ของซินนามอนตามด้วยเสียงเคี้ยวอาหารของใครอีกคนทำให้ปีเตอร์ขมวดคิ้วยุ่ง…ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปิดขึ้นพลางตวัดมองเพื่อนใหม่หน้าทะเล้นที่ขณะนี้ดูจะมีความสุขกับเค้กฝีมือแม่ของเขาเสียเหลือเกิน!

“เฮ้ย! นายนี่มัน…ขี้ขโมย” ปีเตอร์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเห็นแบร์รี่ถือจานเค้กเดินมาใกล้เขาด้วยท่าทียียวน แม้เขาจะไม่ใช่คนหวงของแต่การที่หมอนี่จู่ๆ ก็หยิบเค้กวันเกิดของเขาติดมือข้ามมิติมาด้วย มันไม่ออกจะประหลาดไปหน่อยหรือไง

“ทีนายยังเคยขโมยขนมตั้งเยอะมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย”

“ฉันไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นแล้วโว้ย!” เขาร้องเถียงคอเป็นเอ็น พลางนึกหงุดหงิดที่แบร์รี่ อัลเลนรู้เรื่องในอดีตที่ผ่านๆ มาของเขาอีกแล้ว ปีเตอร์ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ต่อการรับมือกับเจ้าของความเร็วหน้าเป็น แบร์รี่หัวเราะเบาๆ และคงชอบใจไม่หยอกที่เล่นงานเขาเสียหมดท่า หมอนั่นทิ้งตัวลงตรงพนักวางแขนของโซฟา ฉับพลันปีเตอร์ก็ได้กลิ่นครีมชีสที่ติดอยู่ตรงปลายจมูกของตนเอง เขาหันขวับไปมองแบร์รี่ ซึ่งร่องรอยครีมชีสยังเปื้อนตรงปลายนิ้วเป็นหลักฐานชัดเจน

“บังเอิญจังแฮะ ฉันชอบเค้กแครอทวอลนัทมากซะด้วย” แบร์รี่ อัลเลนก็ยังคงเป็นคนอารมณ์ดีและกวนประสาทได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย แม้คำว่าสุขุมเคร่งขรึมจะห่างไกลจากปีเตอร์อยู่มากเพราะเขาเองก็ยังชอบเล่นสนุกเป็นเด็กๆ แต่ภาระหน้าที่ในฐานะเอ็กซ์เมนนั่นแหละที่ทำให้เขาต้องเติบโตขึ้น ดังนั้นปีเตอร์จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าแบร์รี่กำลังทำให้เขานึกถึงตนเองเมื่อก่อนไม่มีผิด

“ตามสบายแล้วก็กินให้หมดซะ แม่ฉันคงปลื้มใจแย่” ปีเตอร์ส่ายหน้ากับตนเองพลางนึกสบถในใจไปต่างๆ นานาว่าโลกใบนี้มันน่าตลกจริงเชียวที่จู่ๆ ก็เหวี่ยงเอาเจ้าหมอนี่มาพอเจอกับเขาในฐานะเพื่อนใหม่ เผลอชั่วครู่เท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าเค้กตั้งครึ่งก่อนจะเหลือไม่ถึงเสี้ยว

“อยากค้างที่นี่ไหม? เผื่อว่านายเวียนหัวเกินกว่าจะเข้าไปใน Force Speed รอบสองได้” แบร์รี่ถามทั้งที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตากินเค้กส่วนสุดท้าย

“แน่นอนว่าไม่… พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนเพื่อทดสอบพลังน่ะ” ประโยคหลังของเขาเรียกความสนใจจากแบร์รี่ได้ถนัด ดวงตาสีเข้มทอประกายอยากรู้อยากเห็นเสียจนปิดไม่มิด ทว่าปีเตอร์กลับยกมือปราม “มันคือสอบย่อยหนึ่งเลยนะ ฉันต้องการสมาธิ…”

คำพูดของปีเตอร์บอกเป็นนัยๆ ว่าเขาไม่ต้อนรับหากแบร์รี่จะทะเล่อทะล่าไปที่โรงเรียนโดยไม่บอกกล่าว

“โอเค…เค้กหมดล่ะ เดี๋ยวฉันพานายกลับ” ยอดไปเลย ปีเตอร์คร่ำครวญในใจเมื่อพบว่าเขาต้องเดินทางข้ามมิติมายังโลกคู่ขนานเพราะแบร์รี่ อัลเลนอยากจะหาเพื่อนคุยและนั่งกินเค้กเป็นมื้อดึก เด็กหนุ่มผมสีเงินลุกขึ้นยืน เขาพยายามเตรียมร่างกายเพื่อรับกับสถานการณ์ข้างหน้า ทว่าจู่ๆ แบร์รี่กลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนห่างกันเพียงคืบ ดวงตาคล้ายลูกหมากำลังทำให้ปีเตอร์หวั่นวิตกอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“อะไร…”

“เค้กยังไม่หมดนี่ เหลือตรงปลายจมูกนายนิดหน่อย”

ว่าแล้วเรียวปากคมก็แตะลงตรงปลายจมูกของปีเตอร์ คนถูกจู่โจมเบิกตาโพลง ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกและปล่อยให้เจ้าบ้าแบร์รี่ละเมียดลิ้มครีมชีสที่มีอยู่เพียงนิดจนจางหายไป แน่นอนที่สุดว่าสติของปีเตอร์ แม็กซิมอฟได้หลุดลอยกลับไปสู่ห้องใต้ดินของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกราวกับผีเสื้อบินวนรอบตัวถาโถมใส่เขาอย่างจัง เขาไม่แน่ใจว่าตนยืนเคว้งอยู่บนพื้นพรมสีทึมอันแสนคุ้นเคยตั้งแต่เมื่อไหร่ เสียงเกมโอเวอร์จากตู้เกม Pacman ร้องบอกว่าบัดนี้ใครอีกคนได้กลับไปสู่โลกคู่ขนานเสียแล้ว

 

นี่มันไม่ตลกเลย!

แบร์รี่ อัลเลนจัดเป็นบุคคลอันตราย… อันตรายมากๆ

 

 

END

 

Talk*

อู้มากเลยวีคนี้ ต้องรอให้เดดไลน์ก่อน ถถถถถถถถถ คงยังเรทมุมิอ่านได้ทุกวัยเหมือนเดิม 55555 (ถึงแม้โจทย์จะเปิดโอกาสก็เต๊อะ แง้ว) แบร์รี่เวอร์ชั่นเอซร่าในความคิดเราทะเล้นมากๆ ขนาดน้องควิกที่ดูจะขี้แกล้ง ยังโดนแกล้งบ้าง #อยากให้คนอื่นแกล้งนางบ้าง แฮ่ะ

 

 

 

 

Advertisements

One thought on “[OS special] To Find You | Barry x Peter (The Flash x Quicksilver)

  1. อ๊ากกกกกกกกตายอย่างสงบ….มันน่ารักมันฟินมากๆ._. ยิ้มไปอ่านไปเหมือนคนบ้าเลยทีเดียว•-• น่ารักมากอ่ะน่ารักเกินคำบรรยาย

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s