OS x-men

[OS x-men] Surrender | Logan x Peter

Title: Surrender

Pairing: Logan x Peter Maximoff

Author: lizlada

Note: การบ้านวีค14 เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับหนัง x-men เลยนะคะ แต่ความสามารถพิเศษของตัวละครยังคงไว้เช่นเดิมค่ะ ^^

 

มวนซิการ์ค่อยๆ มอดไหม้ทีละน้อย ควันฉุยล่องลอยในอากาศ ท้องฟ้ามืดสนิทไร้แสงดาว ชายป่าพรมแดนระหว่างรัฐมอนทานากับประเทศแคนาดาเป็นแหล่งปักหลักภารกิจของเขาในคืนนี้ ร่างกำยำเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่างด้วยความใจเย็น ผู้ว่าจ้างต้องการตามหามนุษย์เจ้าของพลังที่ว่ากันว่าเคลื่อนไหวได้เร็วฉิวยิ่งกว่าแสง ท่ามกลางสังคมโลกที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ไม่แปลกเลยหากบุคคลผู้มีพลังเหนือมนุษย์ทั่วไปเป็นที่ต้องการ เพราะพลังดังกล่าวสามารถถูกนำไปใช้ประโยชน์ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

ทว่าสำหรับโลแกนมันไม่ใช่…เขามักอยู่เหนือผู้ว่าจ้างด้วยประการทั้งปวง เขาไม่รับภารกิจง่ายๆ และไม่ใช่สักแต่จะทำเพื่อเงิน โลแกนทำมันตามสัญชาตญาณนักล่า

เขาเฝ้ารอเหยื่อมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง หากข่าวที่โลแกนได้รับมาเป็นจริงว่าเจ้าของพลังแห่งความเร็วมักออกเที่ยวรอบโลกโดยใช้เวลาเพียงน้อยนิด และค่ำคืนนี้เส้นทางนี้จะเป็นทางผ่าน นั่นเท่ากับว่าภารกิจของเขาย่อมสำเร็จอย่างแน่นอน

ความเงียบสงัดภายในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้สูงลิ่ว เขาได้ยินเสียงแหวกอากาศในระยะที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร แน่ล่ะ…โลแกนมีความสามารถพิเศษเฉกเช่นสัตว์นักล่าที่ไวต่อความเคลื่อนไหวของเหยื่อ

มากไปกว่านั้น เหยื่อที่ถึงมือโลแกนไม่เคยหลุดรอดไปได้ ต่อให้รวดเร็วแค่ไหน

พลันกับดักที่เขาทำไว้ก็ทำงานเพียงเพราะกลไกของมันไปเป็นตามคาด ยางไม้เหนียวหนืดหยุดเจ้ากลายพันธุ์แห่งความเร็วลงได้ ตาข่ายเชือกตวัดรวบร่างนั้นให้ลอยสูงขึ้นจากพื้นประมาณ 2 เมตร โลแกนพาตัวเองออกจากที่ซ่อนพลางใช้ไฟฉายสาดส่องใบหน้าของคนที่ผู้ว่าจ้างต้องการหนักหนา… ร่างเล็กของเด็กหนุ่มอายุไม่เกิน 20 ปีห้อยศีรษะ ดิ้นขลุกขลักโดยมีเชือกรัดข้อเท้าข้างขวาไว้อีกที เศษใบไม้แห้งเกาะติดไปตามตัวไม่ต่างอะไรไปจากลูกหมาสิ้นฤทธิ์

“เฮ้! ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ ปล่อยผมนะ!!”

“อุตส่าห์จับมิวแทนท์ที่เร็วที่สุดได้ ฉันไม่ปล่อยนายไปง่ายๆ หรอกไอ้หนู” เขาหัวเราะแต่ลำคอขณะคาบมวนซิการ์ ท่าทางองอาจและน่าเกรงขามยิ่งนักในสายตาหนุ่มน้อยเจ้าของเรือนผมสีเงิน โลแกนยังคงพินิจมองเหยื่อของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงตาสีดำสนิทภายใต้แว่นกันลมตวัดมองเขาอย่างขุ่นเคือง เรี่ยวแรงที่ดิ้นไปมาในตาข่ายราวกับม้าพยศ ชายตัวโตใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ข้อสรุปว่าเจ้าเด็กนี่คงแสบไม่ใช่เล่น

“นี่ลุง! บอกให้ปล่อยผมไง เจ็บนะ…วะ-โว้ย” น้ำเสียงก้าวร้าวนั้นแทบจะกลืนหายลงไปในลำคอ เพียงเพราะกรงเล็บยาวที่โผล่ขึ้นจากส่วนโคนนิ้วมือ เด็กหนุ่มหยุดดิ้นพลางเม้มริมฝีปากแน่น กะพริบตามองกรงเล็บที่อาจจะเฉือนเนื้อหนังได้ภายในเสี้ยววินาทีหากเจ้าตัวคิดตุกติก

“คงรู้นะว่ากรงเล็บนี้ไม่ได้มีไว้แค่โชว์เล่นๆ” โลแกนพูดหยั่งเชิง เขาคลายปมเชือกกับดักพลางปล่อยให้เด็กหนุ่มได้กลับลงมายืนในท่าทางปกติ จากระยะความสูงเกือบ 2 เมตรและการถูกห้อยศีรษะโตงเตง คนตรงหน้าจึงมีอาการมึนงง จังหวะนี้เองที่โลแกนอาศัยช่วงทีเผลอควักกุญแจมือจากกระเป๋ากางเกง จัดการคล้องที่ข้อมือเรียวก่อนจะล็อคเข้าที่ข้อมือของเขาเช่นกัน

“อะไรอีกเนี่ย!” เด็กนั่นร้องโวยวาย พลางยกข้อมือที่ถูกพันธนาการขึ้นมามองอย่างไม่เชื่อสายตา

“ป้องกันนายหนีไปยังไงล่ะไอ้หนู”

“เลิกเรียกผมว่าไอ้หนูสักที ผมมีชื่อกับเขาเหมือนกันนะลุง!” โลแกนเลิกคิ้วขณะมองเหยื่อของภารกิจเขาที่เอาแต่จ้องหน้ากันด้วยท่าทางเอาเรื่อง “ปีเตอร์ แม็กซิมอฟ” เจ้าของกลุ่มผมสีเงินแนะนำตัวราวกับไม่เต็มใจนัก

“เอาล่ะปีเตอร์ นายต้องมากับฉัน” เขาไม่ใส่ใจธรรมเนียมการแนะนำตัวในเวลานี้  โลแกนกระตุกข้อมือเล็กน้อยเพื่อบอกเป็นสัญญาณให้ปีเตอร์เดินตาม ห่างจากจุดนี้อีกไม่ไกลมีบ้านพักคนงานตัดไม้ที่เขาขอเช่าค้างคืนไว้ชั่วคราว ฝีเท้าเหยีอบย่ำใบไม้ส่งเสียงกรอบแกรบไปตลอดทาง กระทั่งคนอายุน้อยกว่าเอ่ยถามเขา

“แล้วนี่ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่”

“มีคนจ้างฉันมาตามหานาย”

“ใคร?”

“เอริค เลห์นเชอร์”

“ห๊ะ…พ่อผมเนี่ยนะ!” โลแกนชะงักฝีเท้า เขาหันกลับมามองใบหน้าตื่นตะลึงของเด็กหนุ่ม มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น เขาที่ปกติแทบจะไม่รับภารกิจตามอำเภอใจ เขาที่รับเฉพาะงานที่ท้าทาย เขาที่ชอบเสี่ยงอันตราย เขาที่มีสัญชาตญาณนักล่าเต็มตัว แต่กลับกลายเป็นว่าเขารับภารกิจตามหาคนหาย!

แถมยังเป็นปัญหาภายในครอบครัวเสียด้วย…ให้ตายสิ

“เขาเป็นพ่อนาย?” เขาทวนคำพูดอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าปีเตอร์พยักหน้ารับ พลางเผยยิ้มแห้งๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาท้ายทอย

“ผมแอบหนีพ่อออกมาเที่ยว…”

 

 

บ้านไม้กลางป่าไม่สามารถติดต่อภายนอกได้ ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์ โลแกนหัวเสียกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ภารกิจบ้าบอนี่มันช่างน่าปวดหัว! เขาจุดมวนซิการ์มวนใหม่ ริมฝีปากพ่นควันสู่ห้วงอากาศ หากโลแกนเดินทางกลับไปถึงอังกฤษแล้วคงต้องพูดจากับผู้ว่าจ้างคนนี้สักหน่อยว่าช่างสรรหางานไร้สาระมาให้เขาเสียเวลาเล่นเหลือเกิน

ส่วนเจ้าเด็กปีเตอร์กลับนอนหลับสบายไม่รู้ร้อนรู้หนาวทั้งที่เป็นต้นเหตุให้พ่อบังเกิดเกล้าลงทุนว่าจ้างเขาให้ตามหาตัว เด็กหนุ่มข้อเท้าแพลงจากการถูกเชือกกับดักตวัดรัด เขาเบาใจไปได้เปราะหนึ่งที่ไม่ต้องใช้กุญแจมือล็อคปีเตอร์ไว้กับเขาตลอดเวลาดังที่คิดไว้ในตอนแรก

วันพรุ่งนี้เขาคงต้องพูดจากับเอริค เลห์นเชอร์ให้รู้เรื่องสักหน่อย แม้จะเป็นผู้ว่าจ้างเขาก็เถอะ…กะอีแค่ลูกชายหนีออกจากบ้านไม่เห็นต้องทำให้เรื่องราวใหญ่โต!

พวกเขาเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวเช้าสุดเพื่อมุ่งหน้าสู่อังกฤษ ตลอดการเดินทางโลแกนจำต้องใช้สายตาเคร่งขรึมสยบให้ปีเตอร์ไม่คิดสร้างปัญหาใหม่ให้เขาโดยการวิ่งหนีไปหน้าตาเฉย ต้องขอบคุณที่อย่างน้อยเด็กนั่นยังเกรงกลัวกรงเล็บของเขาอยู่บ้าง จวบจนมาถึงคฤหาสน์หลังโตซึ่งตั้งตระหง่านท่ามกลางสวนและต้นไม้โอบล้อม โลแกนก้าวลงจากรถแท็กซี่พลางเหลียวหลังมองคนที่เอาแต่นั่งกอดกระเป๋าเป้อยู่ภายในตัวรถ ไม่ยอมแม้แต่จะขยับตัวสักมิล

“ลงมาได้แล้ว ฉันไม่อยากเสียเวลากับนายอีก”

“ลุงนี่มันจุ้นจ้าน” ริมฝีปากเรียวขยับพึมพำ แต่ก็ดังพอที่จะให้โลแกนได้ยิน

“…จุ้นจ้าน” ชายตัวโตไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนกำลังเจอกับเรื่องราวอันแสนขบขันเหลือร้าย โลแกนเกือบจะหมดความอดทนอยู่แล้วเชียวหากเจ้าของบ้านไม่เดินออกมาต้อนรับกันเสียก่อน เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกสักสองสามวินาที ปีเตอร์ แม็กซิมอฟ อาจได้กลายเป็นเหยื่อใต้กรงเล็บของเขาแน่

“ว่าไงโลแกน ขอบคุณที่นายหาเขาเจอ” เอริค เลห์นเชอร์ส่งยิ้มตามมารยาทมายังเขา ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผู้มีฐานะเป็นผู้ว่าจ้างยื่นเช็คซึ่งมีตัวเลขค่าจ้างดังที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้าให้โลแกน ปกติแล้วเขาจะรับเงินและจากไปอย่างไม่มีพิธีรีตอง ทว่าหนนี้โลแกนคิดว่านี่มันไร้สาระสิ้นดีที่เขาถูกจ้างให้ตามล่าเด็กหนุ่มอายุไม่ถึง 20 ปีที่เพียงแค่แอบหนีออกไปเที่ยวเท่านั้น

ประการสำคัญ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเอริค เลห์นเชอร์มีลูกชาย(ตัวแสบ)แล้ว ว่ากันตามตรง โลแกนรู้จักเอริคมานาน ด้วยเพราะต่างฝ่ายต่างรู้ว่าตนเป็นบุคคลเหนือมนุษย์ สังคมมิวแทนท์ไม่ได้กว้างขวางอะไร ล้วนแล้วแต่รู้จักกันและติดต่อขอความช่วยเหลือเมื่อยามจำเป็นเสมอ

“ฉันไม่รับค่าจ้างหรอก ถือว่าช่วยพาลูกหมาหลงทางกลับบ้าน”

“ผมไม่ได้หลงทางสักหน่อย แค่ออกไปเที่ยวที่ๆ อยากไป” เจ้าเด็กลมกรดพาตัวเองออกจากจากตอนหลังของรถแท็กซี่ ดวงตาตวัดมองเขานิดก่อนจะเหลือบมองคนเป็นพ่อ

“มันไม่ต่างกันหรอกไอ้หนู” โลแกนยักไหล่ เห็นนัยน์ตาของเอริค เลห์นเชอร์ตำหนิลูกชายเล็กน้อย ก่อนหมอนั่นจะหันมากล่าวกับเขา

“ปีเตอร์มาที่นี่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนน่ะ ปกติเขาอยู่กับแม่ที่ดีซี มาได้ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ก็ซ่าซะแล้ว ขอโทษทีที่ไม่ยอมบอกว่าคนที่ฉันให้นายตามหาเป็นปีเตอร์” ว่าจบฝ่ามือหนาก็ยีกลุ่มผมสีเงินของลูกชาย โลแกนเลิกคิ้วขณะมองใบหน้าง้ำงอของเด็กหนุ่ม

“ช่างมันเถอะ ได้ออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อยก็ดีเหมือนกัน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับล่ะ ทีหลังก็ดูแลเจ้าลูกหมานี่ดีๆ ล่ามโซ่ไว้ก็ได้นะเอริค” เขาโบกมือ กำลังจะมุดตัวเข้าไปนั่งในรถแท็กซี่ซึ่งจอดรออยู่นาน ทว่ากลับมีลมผ่านวูบไปรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว โลแกนไม่ใส่ใจอะไรเพราะนึกว่ามันคือลมซึ่งโกรกผ่านเป็นเรื่องปกติ จวบจนรถแท็กซี่แล่นออกจากหน้าลานบ้าน โลแกนถึงได้รู้ซึ้งว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น…

สร้อยประจำตัวของเขาที่ห้อยแผ่นป้ายเหล็กสลักรหัสชื่อเมื่อครั้นเขาเป็นทหารหายไปเสียอย่างนั้น!

โลแกนเหลียวหลังมองผ่านกระจกรถ… ปีเตอร์ แม็กซิมอฟแกว่งสร้อยนั้นในมือพร้อมรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์

สัญชาตญาณนักล่าเขาถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

เจอดีแน่ ไอ้หนู!

 

END

Talk*

ลั่นฟิคลุงโลแกนกับน้องควิกจนได้ ไม่รู้ว่าจะตรงโจทย์ขนาดไหน แต่ก็พยายามดันทุรังให้ได้อ่ะค่ะ 555555

หวังว่าจะชอบนะคะ ฮรื่อ เพราะน้องควิกเป็นเด็กแสบ แก่แดดอยากปีนเกลียว…….

Advertisements

One thought on “[OS x-men] Surrender | Logan x Peter

  1. สวัสดีค่ะคนเขียนเราได้เข้ามาสู่เรือนี้แล้ว T________T กรี๊ดดด เมื่อคืนนอนอ่านในโทรศัพท์ก็มาเม้นท์ให้วันนี้เพื่อที่จะแสดงคำจำนงว่าอยากอ่านอีก คือเจ้าหนูควิกเป็นเจ้าตัวแสบจริงๆค่ะ ไม่ว่าในหนังหรือในฟิค น่าจับมาหยิกให้แก้มบวมกว่าเดิมเสียจริงๆ ตลกตอนแรกๆเหมือนนายพรานมารอล่าเหยื่ออ่ะ พอรู้ว่าเป็นเจ้าหนูควิกคือน่าเอ็นดู ตลกด้วย .ลูบหัวน้องควิกปอยๆ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s